5 เทคนิคมัดใจลูกค้า ด้วยการสร้าง Customer Experience

5 เทคนิคมัดใจลูกค้า ด้วยการสร้าง Customer Experience

ฟรี! e-book

"2020 High Conversion Website Template"
เทมเพลตที่จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์ สามารถนำไปใช้ได้ทันที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ปัจจุบันลูกค้าต้องการมากกว่าราคาสินค้าที่ถูก พวกเขาต้องการประสบการณ์ที่คุ้มค่าจากแบรนด์ หากไม่ได้รับความประทับใจหรือประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์ที่ใช้อยู่ ลูกค้าก็พร้อมที่จะเปลี่ยนใจไปหาแบรนด์คู่แข่งหรือแบรนด์อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันที่มอบประสบการณ์ที่ดีกว่า

ลูกค้ามักจะเลิกใช้สินค้าบริการของธุรกิจคุณทันที เมื่อพบเจอประสบการณ์เชิงลบเพียงหนึ่งอย่าง ยกตัวอย่างเช่น การบริการหลังการขายที่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้, กระบวนการสั่งซื้อที่ยากและซับซ้อน หรือแบรนด์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าบริการไม่เพียงพอและไม่กระจ่าง ซึ่งเมื่อลูกค้าไม่อุดหนุนธุรกิจของคุณอีกต่อไป จะส่งผลอย่างมากต่อการอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจ

ในขณะเดียวกัน การที่ลูกค้าได้รับประสบการณ์เชิงบวกจากธุรกิจ มีประโยชน์อย่างมากต่อ ROI (Return on Investment) ของธุรกิจคุณ เพราะในความเป็นจริงผู้คนยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้น เมื่อพวกเขาได้รับคุณค่าจากธุรกิจจริง ๆ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณมีความโดดเด่นแตกต่างจากแบรนด์อื่นในตลาด Customer Experience จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจไม่ควรมองข้ามในปี 2021 


Customer Experience คืออะไร สำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างไร

Customer Experience คือ ประสบการณ์และความประทับใจที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์คุณโดยรวมทุกแง่มุมใน Customer Journey ของลูกค้า

Customer Experience เป็นสิ่งที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการที่ลูกค้าเข้าไปดูเว็บไซต์ การพูดคุยกับฝ่าย Customer Service หรือการได้รับสินค้าบริการที่ซื้อจากคุณ 

ซึ่งทุกปฎิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น จะส่งผลต่อความรู้สึกและการตัดสินใจของลูกค้าว่าจะกลับมาใช้บริการแบรนด์คุณอีกครั้งหรือไม่

จะเห็นได้ว่าการมอบประสบการณ์หรือ Customer Experience เป็นกุญแจสำคัญที่นำพาธุรกิจคุณไปสู่ความสำเร็จและการเติบโตในอนาคต


Customer Experience
ภาพจาก lateshipment

ความสำคัญของ Customer Experience ต่อธุรกิจในปี 2021

การสร้าง Customer Experience ที่ดี ส่งผลอย่างมากต่อธุรกิจของคุณ 

เพราะยิ่งลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีจากธุรกิจคุณ ก็จะยิ่งทำให้ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำและมีความคิดเห็นเชิงบวกต่อแบรนด์มากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการร้องเรียนและความคิดเห็นเชิงลบได้อีกด้วย

อ้างอิงจาก Harvard Business Review กล่าวถึงลูกค้าที่มี Customer Experience ที่ดี ดังนี้

  • ลูกค้าที่มีประสบการณ์เชิงบวก มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายกับแบรนด์มากกว่าลูกค้าที่มีประสบการณ์เชิงลบ ถึง 140%
  • ลูกค้าที่มีประสบการณ์เชิงบวก จะมีความภักดีต่อแบรนด์หรือ Brand Loyalty มากขึ้น งานวิจัยบ่งบอกว่าในธุรกิจแบบ Subscription ลูกค้าที่มีประสบการณ์เชิงบวก มีโอกาสในการเป็น Member ต่อถึง 74% ในขณะที่ลูกค้าที่มีประสบการณ์เชิงลบ มีโอกาสเป็น Member ต่อเพียง 43% 
  • การส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าช่วยลดต้นทุนได้ 33% เพราะทำให้สามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาวได้ ในขณะที่การจัดการลูกค้าที่มีประสบการณ์เชิงลบต่อแบรนด์ มักมีต้นทุนที่สูงกว่า 

จะเห็นได้ว่าการสร้าง Customer Experience ที่ดีให้กับลูกค้า จะช่วยทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและเป็นการสร้าง Customer Loyalty ได้ ซึ่งเมื่อลูกค้าได้รับประสบการณืที่ดีจากแบรนด์ ก็มีโอกาสที่ลูกค้าเหล่านั้นจะบอกต่อแบรนด์คุณให้คนอื่นต่อไป เป็นการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

 

5 เทคนิคมัดใจลูกค้าด้วย Customer Experience

1. ทำความเข้าใจ Customer Journey ของลูกค้า

ในการพัฒนา Customer Experience คุณต้องเข้าใจ Customer Journey ของลูกค้าเป็นอันดับแรก

อธิบายง่าย ๆ สมมติว่าคุณเปิดร้านขายรองเท้า แล้วอยากให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีกับร้านของคุณ ก่อนที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีได้ คุณก็ต้องรู้จักลูกค้าอย่างดีเสียก่อน ต้องรู้ว่าลูกค้าเป็นคนอย่างไร มีพฤติกรรมการซื้อรองเท้าแบบไหน และ Journey ก่อนที่จะมาซื้อรองเท้าของคุณเป็นอย่างไร

การเรียนรู้ Customer Journey ทั้งหมดของลูกค้า มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้าง Customer Experience ที่ดี ซึ่งในการวาง Customer Journey คุณจำเป็นต้องวางการเดินทางของลูกค้าทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีช่องโหว่หรือจุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขตรงไหนบ้าง 

การให้ความสำคัญกับ Customer Journey ช่วยปรับปรุง Customer Experience ได้ เนื่องจาก..

  • การเข้าใจ Customer Journey ทำให้แบรนด์รู้ถึงปัญหาที่ลูกค้าพบเจอ ซึ่งเป็นโอกาสที่แบรนด์จะหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อสร้าง Customer Experience ที่ดีได้ในอนาคต
  • ช่วยให้ทีมการตลาดสามารถวางแผนกลยุทธ์เพื่อลดการเกิดปัญหาของลูกค้า พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าและสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์

Customer Journey
ภาพจาก medium


2. ทำงานแบบ Customer Centric ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง 

Customer Centric คือ การทำธุรกิจที่ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะคำนึงถึงลูกค้ามากที่สุด โดยมุ่งสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าในทุกด้าน และวางแผนกลยุทธ์การตลาดเพื่อทำให้ลูกค้าได้รับคุณค่าจากแบรนด์เท่าที่จะเป็นไปได้ 

แบรนด์ที่มีการทำงานแบบ Customer Centric ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากที่สุด จะช่วยสร้างประสบการณ์เชิงบวกให้กับลูกค้า เป็นการเพิ่ม Customer Experience ที่ดี ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำและสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ได้

จากงานวิจัยของ Deloitte and Touche พบว่าองค์กรที่มีการทำงานแบบ Customer Centric สามารถทำกำไรได้มากกว่าองค์กรที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับลูกค้าถึง 60%

เนื่องจากเมื่อองค์กรโฟกัสที่ลูกค้าเป็นแกนหลักของธุรกิจ องค์กรจะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายที่ทำให้เห็นมุมมองต่าง ๆ ของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม โดยองค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านั้นเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความสนใจของลูกค้า จากนั้นจึงพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณค่าต่อลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่พวกเขา

Customer Centric
ภาพจาก sloanreview

3. สะดวกสบาย รวดเร็วและง่ายต่อการใช้งาน 

ความรวดเร็วเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อประสบการณ์ของลูกค้า ผู้คนจะรู้สึกไม่พึงพอใจ หากต้องเสียเวลารอ 

เพราะเราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วด้วยการใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ผู้คนสามารถได้ในสิ่งที่ต้องการทันที 

ซึ่งความรวดเร็วจากแบรนด์ ไม่ใช่แค่การเดลิเวอรี่ แต่รวมถึงการบริการจากแบรนด์ เพราะลูกค้าต้องการได้คำตอบหรือการช่วยเหลือจาก Customer Service เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


เช่น ลูกค้าคาดหวังให้เว็บไซต์โหลดเร็วและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายที่สุด ซึ่งผู้ออกแบบเว็บไซต์ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะผู้ใช้งานจะรอเว็บไซต์โหลด น้อยกว่า 8 วินาทีโดยเฉลี่ย ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจปิดและไปดูเว็บไซต์อื่นแทน

การสร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานง่ายและมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าได้ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตต่อไปได้ เพราะ Customer Experience ที่ดี จะทำให้ลูกค้าติดใจ กลับมาใช้บริการใหม่และช่วยบอกต่อแบรนด์คุณให้กับคนรอบข้างต่อไปในอนาคต


แบรนด์ควรสร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้าในทุก ๆ Stage ที่จะนำลูกค้ามาสู่แบรนด์ โดยคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น

- ลูกค้าจะพบเจอสินค้าหรือบริการของคุณได้อย่างไร

- ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลแบรนด์ที่พวกเขาต้องการได้หรือไม่

- ลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากแบรนด์คุณได้อย่างง่ายดายหรือไม่

โดยคำถามเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณเห็นภาพรวมถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์คุณ

ภาพจาก webbasta

4. การทำ Personalization

งานวิจัยจาก Epsilion พบว่า 80% ของลูกค้า มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าเมื่อแบรนด์มอบ Customer Experience ที่ดี และ 81% ของลูกค้าต้องการให้แบรนด์ทำความเข้าใจพวกเขาให้ดีขึ้นและรู้ว่าตอนไหนควรที่จะเข้าหาพวกเขา อ้างอิงจาก Accenture


การทำ Personalization เป็นการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ที่ปรับเปลี่ยนตามแต่ละคน โดยขึ้นอยู่กับสิ่งที่แบรนด์รู้เกี่ยวกับลูกค้า ทำให้ Customer Journey ในการมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ราบรื่นขึ้น และทำให้ความผูกพันระหว่างแบรนด์และลูกค้าแน่นแฟ้นขึ้น

Sephora

Sephora เป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกด้านความงามที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาและระดับโลก ที่นำการตลาด Personalization มาใช้ในแคมเปญการตลาดของ E-Commerce ตลอดหลายปีที่ผ่านมา


Sephora Personalization Email Marketing
ภาพจาก iunera


Sephora ใช้กลยุทธ์ Personalized Email Marketing ด้วยการเขียน Copywriting ที่ดึงดูดความสนใจและมอบส่วนลดพิเศษ เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเกิด Action ที่แบรนด์ต้องการ โดยอ้างอิงจากการประวัติการสั่งซื้อ การใช้งานและความชอบของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น

‘Here’s a special offer just for you’ - มอบส่วนลดพิเศษเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ สำหรับลูกค้าที่ยังไม่เคยซื้อ

‘Hurry! You might miss out’ - ย้ำเตือนลูกค้าเพื่อให้ชำระเงินค่าสินค้า สำหรับลูกค้าที่กดสินค้าลงตะกร้า แต่ยังไม่สั่งซื้อ

‘Restock your stash’ -  กระตุ้นให้ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้า สั่งซื้อสินค้าเดิมอีกครั้ง


Personalization เป็นหนึ่งในทางที่ดีที่สุดที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์ โดยแบรนด์สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุง พัฒนาความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่ม Leads นำไปสู่ยอดขายในอนาคตได้

การทำ Personalization เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ เนื่องจากทำให้แบรนด์รับรู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งแบรนด์สามารถเลือกมอบสิ่งที่ผู้ใช้น่าจะชื่นชอบเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี โดยไม่ต้องเสียเวลายิงแคมเปญโฆษณาที่ไม่ถูกใจพวกเขาออกไป Personalization จึงเป็นการช่วยลดต้นทุนในการทำการตลาดของแบรนด์ได้ 

นอกจากนี้ Personalization ยังช่วยให้คุณสามารถทำคอนเทนต์ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันได้ เมื่อคุณแก้ปัญหาและคลายข้อสงสัยของกลุ่มเป้าหมายได้ พวกเขาก็จะรู้สึกพึงพอใจ ทำให้พวกเขากลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น


5. การพัฒนา Customer Service

American Express พบว่าลูกค้ามีความเต็มใจที่จะซื้อเพิ่มขึ้น 17% กับธุรกิจที่มอบ Customer Service ที่ดี

ลองคิดดูว่า เมื่อลูกค้ามีคำถามในช่วงวันหยุด พวกเขาต้องรอจนถึงวันจันทร์เพื่อหาคำตอบหรือธุรกิจของคุณ มีบริการแชทหรือ Call Center 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทันที แบบไหนจะสร้าง Customer Experience ที่ดีได้มากกว่า?

จะเห็นได้ว่า Customer Service เป็นหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ และสามารถทำให้แบรนด์คุณแตกต่างจากแบรนด์อื่นได้ในสายตาของลูกค้า

ผู้คนไม่ได้มาเป็นลูกค้าของธุรกิจคุณ เพียงเพราะสินค้าบริการสามารถเติมเต็มความต้องการของพวกเขาเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขาซื้อสินค้าบริการคุณ เพราะพวกเขารู้สึกมั่นใจ ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากแบรนด์เวลาที่เกิดปัญหาขึ้นจากการใช้งาน

ซึ่งลูกค้าที่ได้รับประสบการณ์และบริการที่ยอดเยี่ยมจากแบรนด์ มักจะกลับมาใช้ซ้ำและเป็น Power User* ร่วมบอกต่อแบรนด์ให้กับผู้คนอื่นต่อไป

Power User คือ ผู้ใช้หรือลูกค้าที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อธุรกิจ เป็นผู้ที่ชื่นชอบและมีส่วนร่วมกับสินค้าบริการของธุรกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจได้ในอนาคต รวมถึงบอกต่อคุณค่าของธุรกิจต่อไปให้กับผู้คนอีกมากมาย


ภาพจาก elearningindustry

Case Study : Amazon ผู้นำด้าน Customer Experience แห่งวงการ E-Commerce

Amazon เป็นแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย Amazon ขายสินค้าทุกชนิด ต้ังแต่ของชิ้นเล็ก ๆ เช่น กิ๊ฟติดผม กลิตเตอร์ ไปจนถึงของชิ้นใหญ่ อย่างโต๊ะ ตู้ เตียง รวมถึงของแปลก ๆ ที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย เรียกได้ว่าขายทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบเลยทีเดียว

ซึ่งสิ่งที่ทำให้ Amazon ก้าวมาเป็นแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ การสร้าง Customer Experience ที่ยอดเยี่ยม โดยใช้หลักการ Customer Centricity ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการทำงาน ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก ทั้งการทำการตลาด การปรับปรุง Customer Service หรือการพัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น โดย Amazon พัฒนา Customer Experience ให้ดีในทุกส่วนของ Customer Journey ลูกค้า

ภาพจาก thefinancialbrand

Experience จากการจัดส่งสินค้าและการคืนสินค้า

หนึ่งในสิ่งที่ท้าทายที่สุดของการเป็นแพลตฟอร์ม E-Commerce คือการทำให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่สั่งอย่างราบรื่น 

Amazon นำเสนอตัวเลือกต่าง ๆ สำหรับการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าเพื่อทำให้การจัดส่งสินค้าง่ายต่อลูกค้ามากขึ้น เช่น จัดส่งฟรี สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้ามากกว่า 25 ดอลลาร์ขึ้นไป และ Amazon ยังปล่อยการบริการ “Amazon Lockers” หรือ Self-Service Koisks ออกมาในปี 2011 เพื่อให้ลูกค้าเลือกสถานที่ที่สะดวกไปรับสินค้าเอง

Amazon ให้ความสำคัญกับการคืนสินค้าเช่นกัน โดยทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการคืนสินค้าเป็นเรื่องง่าย เพราะจะทำให้ลูกค้ามีโอกาสที่จะตัดสินใจซื้อมากขึ้น โดยสินค้าจำนวนมากมักมีฉลากส่งคืน เพื่อให้ลูกค้าส่งคืนสินค้าตามจุดที่เตรียมไว้ได้อย่างง่ายดาย  

Experience จาก Digital Service

การสร้าง Customer Experience ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า จะต้องทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีกับธุรกิจในทุกแง่มุม รวมถึงการใช้งาน Digital Service หรือ Digital Asset ของธุรกิจด้วย ซึ่ง Amazon ก็สามารถทำในส่วนนี้ได้ดีมากเลยทีเดียว 

เนื่องจาก Amazon มีแพลตฟอร์มออนไลน์หลากหลายช่องทาง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงและรับข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชั่น เป็นช่องทางที่เข้าถึงโปรโมชั่นต่าง ๆ ง่ายที่สุดของ Amazon หรือโซเชียลมีเดียที่เป็นช่องทาง Customer Service ที่มีประสิทธิภาพสูง Amazon สร้างแอคเคาท์ทวิตเตอร์ @AmazonHelp เพื่อจัดการปัญหาและข้อสงสัยของลูกค้า ตลอดเวลา 7 วัน โดยมีทั้งหมด 7 ภาษา เพื่อตอบโจทย์ที่ว่า 72% ของลูกค้าคาดหวังการตอบกลับจากแบรนด์ภายใน 1 ชั่วโมง 

สิ่งที่ Amazon ทำทั้งในเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่นหรือโซเชียลมีเดีย คือการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีผ่านช่องทางต่าง ๆ เนื่องจาก Amazon เข้าใจดีว่าเมื่อลูกค้าพบเจอกับแบรนด์ ไม่ว่าที่ใดก็ตาม แบรนด์จำเป็นต้องส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจและ Brand Loyalty ให้กับลูกค้าได้

Experience จากการใช้งาน Amazon

การสร้างสินค้าบริการที่ดี คือส่วนสำคัญของ Customer Experience ซึ่ง Amazon ได้สร้างระบบการสั่งซื้อที่รองรับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น

ความสามารถในการค้นหา  

Amazon พัฒนาเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ให้ลูกค้าสามารถเสิร์ชค้นหาสินค้าที่ต้องการได้โดยง่ายและจัดเรียงผลการค้นหาโดยพิจารณาจากรีวิวของลูกค้า, คีย์เวิร์ดในการค้นหา, ราคา, แบรนด์และความพร้อมในการขาย

การศึกษาผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ 

Amazon ใส่ฟีเจอร์รีวิวและคะแนนจากลูกค้าที่เคยซื้อ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า แล้วนำไปเปรียบเทียบกับรายละเอียดที่ร้านค้าใส่ไว้ ซึ่งช่วยลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าที่ตรงความต้องการของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

สรุปทั้งหมด

Customer Experience ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างมาก เนื่องจากลูกค้าที่มีประสบการณ์ที่ดีจะใช้บริการธุรกิจคุณต่อไป มีแนวโน้มที่จะบอกต่อธุรกิจคุณและกลายเป็น Power User ได้ในอนาคต ส่วนลูกค้าที่มีประสบการณ์ที่แย่ ก็จะเลิกใช้บริการธุรกิจคุณในทันทีและไม่กลับมาหาคุณอีก ทำให้เสียคนที่มี Potential จะมาเป็นลูกค้าไป ซึ่งเป็นผลเสียต่อแบรนด์

การสร้าง Customer Experience ไม่ใช่เรื่องยาก คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการศึกษาทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าและ Customer Journey เป็นอันดับแรก วางแผนการทำงานภายในองค์กรโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก พัฒนาเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นให้รวดเร็วและใช้งานง่าย มอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ของคุณ รวมไปถึงทำการตลาดแบบ Personalization เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละคน และปรังปรุงระบบ Customer Service ให้สามารถช่วยเหลือ แก้ปัญหาให้แก่ลูกค้าทุกเวลาที่พวกเขาต้องการ

ถ้าคุณสามารถพัฒนาธุรกิจได้ครบถ้วนดังที่กล่าวมาในบทความนี้ การชนะใจลูกค้าและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืน ก็จะเป็นสิ่งเกิดขึ้นจริงได้อย่างแน่นอน


หากคุณต้องการสร้าง Customer Experience เพื่อมัดใจลูกค้า เรายินดีให้คำปรึกษาในการสร้าง Customer Experience และทำให้ธุรกิจคุณเติบโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปรึกษาตอนนี้ ฟรี

ฟรี! e-book

"2020 High Conversion Website Template"
เทมเพลตที่จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์ สามารถนำไปใช้ได้ทันที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
Pasamon P.

Digital Marketer | Food Lover | Positive Girl

นักเขียน