ทริคขยายฐานลูกค้าด้วยการสร้าง Lookalike audience

ทริคขยายฐานลูกค้าด้วยการสร้าง Lookalike audience

ฟรี! e-book

"2020 High Conversion Website Template"
เทมเพลตที่จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์ สามารถนำไปใช้ได้ทันที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ใครก็ตามที่ทำธุรกิจ ก็ต้องอยากขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะการขยายฐานลูกค้า นอกจากทำให้คนรู้จักแบรนด์ แบรนด์มีชื่อเสียงมากขึ้นแล้ว การขยายฐานลูกค้ายังเป็นหนทางที่ทำให้สร้างรายได้จำนวนมากได้ ซึ่งเป็นการทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

คุณสามารถทำให้ธุรกิจเติบโตได้ด้วยการทำ Growth Marketing เป็นการทำการตลาดในหลายแขนงๆ โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ สร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ผ่านการทดลองด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ซึ่งการขยายฐานลูกค้าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้นั่นเอง

การขยายฐานลูกค้าในสมัยก่อน ธุรกิจส่วนใหญ่มักทำการตลาดโดยการออกอีเวนท์ จัดสัมมนา แจกใบปลิวหรือแคตตาล็อก ทำโฆษณา Billboard หรือ Out of Home การตลาดเหล่านี้สามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก

แต่ในปัจจุบัน ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่หลายธุรกิจชั้นนำเลือกใช้ในการขยายฐานลูกค้า เนื่องจากผู้คนจำนวนมากหันมาใช้อินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่สนใจ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ


การมีตัวตนบนโลกออนไลน์ (Online Presence) ด้วยการทำการตลาดออนไลน์ ช่วยในการสร้างแบรนด์ ทำให้ผู้คนรู้จักธุรกิจของคุณและเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้กับแบรนด์คุณได้ คุณสามารถฟูมฟักความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้คน เพื่อนำไปสู่การปิดการขายได้

การทำการตลาดออนไลน์ มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น Content Marketing, Social Media Marketing, Paid Advertsing

ช่องทางโซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางที่พลาดไม่ได้ เพราะมีผู้ใช้งานถึง 4.2 พันล้านคนในโลก และ 55 ล้านคนในไทย มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3 ล้านคน คิดเป็น 5.8% ของผู้ใช้งานทั้งหมด

การใช้ Social Media ของโลก
ภาพจาก Hootsuite
การใช้ Social Media ของคนไทย
ภาพจาก Hootsuite

Facebook เป็นโซเชียลมีเดียที่ครองใจคนส่วนใหญ่และมีผู้ใช้งานจำนวนมากถึง 94% ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียในประเทศไทย เพราะเป็น Facebook ครอบคลุมคอนเทนต์เกือบทุกแบบ ทั้งรูปภาพ วิดีโอ สตอรี่และไลฟ์สด ต่างจากโซเชียลมีเดียอื่นๆที่มีคอนเทนต์บางรูปแบบเท่านั้น นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถมี interactions ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการคอมเมนต์ กด reactions ต่างๆ กดสนใจงานอีเวนท์ ส่งข้อความหาเพื่อน รวมถึงซื้อขายสินค้า 


ภาพจาก Hootsuite

Facebook เป็นอีกช่องทางการตลาดที่แบรนด์ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและ Facebook Ads จึงเป็นโฆษณาที่นักการตลาดนิยมใช้เพื่อหาลูกค้าใหม่ๆ


สิ่งสำคัญในการทำ Facebook Ads คือ กลุ่มเป้าหมาย (Audience) เพราะเป็นการกำหนดคนที่จะเห็นโฆษณาของคุณเป็นใคร ลักษณาของคนเหล่านี้เป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นอายุ ความสนใจ ลักษณะนิสัย คุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ 3 แบบ ตามภาพนี้

ประเภทของ Facebook Audience
ภาพจาก Facebook


  1. กลุ่มเป้าหมายหลัก (Core Audience) เป็นการกำหนดรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมาย เช่น เพศ พฤติกรรม ความสนใจ
  2. กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง (Custom Audience) เป็นการกำหนดกลุ่มเป้าหมายจากแหล่งที่มาต่างๆ (Source) จากการที่พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ เช่น คนที่เคยซื้อสินค้า, เคยให้ข้อมูลส่วนตัว, เคยมีส่วนร่วมในเพจ Facebook
  3. กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน (Lookalike Audience) เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้เขียนจะอธิบายรายละเอียดและความสำคัญในบทความนี้ค่ะ


Lookalike Audience คืออะไร 

Lookalike Audience แปลเป็นภาษาไทยว่า กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน คือ กลุ่มคนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่มเป้าหมายที่คุณมีอยู่แล้ว ทั้งไลฟ์สไตล์ พฤติกรรม ประเภทคอนเทนต์ที่ชอบ วิดีโอที่ดู โฆษณาที่สนใจและคลิกดูหรือเพจที่ติดตามและมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งอ้างอิงข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายนี้ได้จากหลากหลายแหล่งที่มา (Source) เช่น เว็บไซต์, เพจ Facebook, Instagram, รายชื่อลูกค้า

Lookalike Audience เป็นกลุ่มเป้าหมายที่นักการตลาดนิยมใช้ในการยิง Facebook Ads เพราะ Lookalike Audience นั้นสามารถช่วยให้แบรนด์เข้าถึงคนใหม่ๆ เกิด Brand Awareness และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้

ระบบอัลกอริทึม (Algorithm) ของ Facebook ทำงานโดยทำความเข้าใจ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ และหากลุ่มคนที่มีความใกล้เคียงกับกลุ่มลูกค้าของคุณ ซึ่ง Facebook จะหาผู้ใช้ที่มีลักษณะทางประชากรศาสตร์ อายุ จังหวัดที่อยู่ และความสนใจคล้ายกัน Facebook รวบรวมข้อมูลเกี่ยวผู้ใช้ทั้งหมด แล้วสร้าง Lookalike Audience ของแบรนด์คุณโดยเฉพาะ

ภาพจาก revealmobile



ทำไม Lookalike audience ถึงคุ้มค่าแก่การลงทุน

Facebook เป็นโซเชียลมีเดียที่นักการตลาดมักใช้ในการทำโฆษณาออนไลน์ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก 2.74 พันล้านคน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ใช้งาน Facebook มากติดอันดับ 5 ของโลก เป็นจำนวน 51 ล้านคน อ้างอิงจาก Hootsuite ปี 2021

ภาพจาก Hootsuite

เห็นได้ว่า Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลจำนวนมหาศาลของผู้ใช้งานทั่วโลก การสร้าง Lookalike Audience จึงเป็นการทำให้กลุ่มคนท่ีคล้ายลูกค้าจำนวนมากมายเข้าถึงและรู้จักแบรนด์ของคุณโดยใช้ต้นทุนไม่มาก เมื่อเทียบกับการเข้าถึงผู้คนในรูปแบบอื่น อย่างโฆษณา TV หรือป้าย Billboard ที่การลงโฆษณาในแต่ละครั้ง ต้องใช้เงินจำนวนมาก หลักแสนถึงหลักล้านเลยทีเดียว และยังไม่สามารถระบุลักษณะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้เหมือน Facebook

Lookalike Audience ยังช่วยให้คุณเห็นมุมมองของลูกค้าที่คุณคิดไม่ถึง โดยปกติคุณสร้างกลุ่มเป้าหมายด้วยการกำหนดความสนใจ เพศ อายุ และรายละเอียดอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงนั้น อาจมีคุณลักษณะอื่นๆของลูกค้าที่คุณยังไม่รู้ อ้างอิงตัวอย่างจาก madgicx เว็บไซต์แพลตฟอร์มโฆษณา

สำหรับธุรกิจชุดชั้นใน กลุ่มคนที่แบรนด์คิดว่าเป็นลูกค้า แน่นอนว่า คือ ผู้หญิง

แต่หากรู้ไม่ว่า กลุ่มลูกค้าที่ก็สร้างรายได้จำนวนมากให้กับแบรนด์ คือ ผู้ชาย อายุ 35-54 ปี ที่ต้องการซื้อชุดชนในไปเป็นของขวัญให้กับแฟนหรือภรรยาของพวกเขาเมื่อแบรนด์รู้กลุ่มเป้าหมายสำคัญของแบรนด์อีกกลุ่มหนึ่งแล้ว คุณสามารถทำการตลาดและยิงโฆษณาไปให้กลุ่มเป้าหมายนี้โดยตรง เป็นการลดเวลาและงบประมาณในการหากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆที่อาจไม่ตรงกับแบรนด์ก็ได้  

นี่เป็นสิ่งที่ Lookalike Audience สามารถมอบให้คุณได้ เพราะ Facebook จะมองหน้าคนที่มีลักษณะพฤติกรรม ความสนใจใกล้เคียง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเพศเดียวกัน


นอกจากนี้ Lookalike Audience เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ช่วยในการทำโฆษณาได้มาก เมื่อขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เนื่องจากคุณอาจไม่มีข้อมูลหรือมีข้อมูลค่อยข้างน้อยเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายในประเทศนั้นๆ แต่คุณสามารถใช้ Lookalike Audience ในการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าในไทย เพื่อหาผู้คนที่ลักษณะเดียวกับกลุ่มลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นการช่วยให้คุณเริ่มต้นสร้างฐานลูกค้าในสถานที่ใหม่ๆได้ดี

วิธีการสร้าง Lookalike audience 

การสร้าง Lookalike Audience มีขั้นตอนง่ายๆไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

  1. เข้าระบบ Business Facebook กดปุ่มด้านซ้ายบน ที่เป็น จุด 9 จุด แล้วเลือกเมนู Audience
Facebook Audience


  1. กดคำว่า Create Audience แล้วเลือก Lookalike Audience
สร้าง Lookalike Audience


  1. จากนั้น คุณต้องเลือก แหล่งที่มา (Source) ของ Lookalike Audience ของคุณ

โดยสามารถเลือกจาก Value-Based Source หรือ Other Source ซึ่งคือ Source ที่มีอยู่แล้ว เช่น Custom Audience ที่สร้างโดยใช้ข้อมูลคนที่มีส่วนร่วมกับเพจ Facebook ใน 180 วันที่ผ่านมา

สร้าง Lookalike Audience


นอกจาก Source ทั้ง 2 แบบด้านบนแล้ว หากคุณยังไม่ได้สร้าง Audience ที่ต้องการใช้ใน Lookalike Audience คุณสามารถสร้างได้โดยกดปุ่ม Create New Source แล้วเลือก Custom Audience


Source ในการสร้าง Custom Audience มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Source จาก asset ของคุณเอง เว็บไซต์  แอปพลิเคชั่น รายชื่อลูกค้า หรือ Source ของ Facebook คนที่ดูวิดีโอ คนที่มี engagement กับเพจ Facebook คนที่กรอก Lead form หรือคนที่เข้าไปโปรไฟล์ Instagram ของเรา

Custom Audience



  1. เมื่อคุณเลือก Source ที่จะนำมาสร้าง Lookalike Audience ได้แล้ว จากนั้นเลือก Audience Location หรือ สถานที่ที่กลุ่มเป้าหมายอาศัยอยู่ เป็นลำดับต่อมา โดยสามารถเลือก Location ได้หลายที่ ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ที่เดียว ซึ่ง Location ที่เราเลือกในครั้งนี้ คือ ประเทศไทย


สร้าง Lookalike Audience



  1. ขั้นตอนสุดท้ายที่เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการสร้าง Lookalike Audience คือ การเลือก Audience Size หรือขนาดกลุ่มเป้าหมาย 

Audience Size จะถูกคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) ของประชากรที่เป็นผู้ใช้งาน Facebook ใน Location ที่คุณเลือก คุณสามารถเลือกกลุ่ม Lookalike Audience size ได้มาถึง 6 กลุ่ม โดยกดเปลี่ยนตรง Number of Lookalike Audience จากเลข 1 ไปเป็นเลข 6 หรือเลขอื่นๆที่คุณต้องการ 

คุณสามารถเลือกขนาดของ Audience Size ได้ตั้งแต่ 1-10% โดยขนาดเล็ก 1% จะเป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงกับ Source ที่เลือกเรามากที่สุด ส่วนขนาดใหญ่ 10% จะมีความใกล้เคียงกับ Source ของเราน้อยที่สุด แต่จะเข้าถึงผู้คนได้จำนวนมาก

ขนาด Lookalike Audience


จากภาพนี้จะเห็นได้ว่า Facebook ได้แบ่งกลุ่ม Lookalike Audience เป็น 6 กลุ่ม ตั้งแต่ 1%, 1-2%, 2-3%, 3-4%, 4-6% และ 6-9%

แปลว่า เลือกขนาดความกว้างเปอร์เซ็นต์ 1% จะเข้าถึงคนได้ประมาณ 625,000 คน ในประเทศไทย

เลือกขนาดความกว้างเปอร์เซ็นต์ 2% จะเข้าถึงคนได้ประมาณ 1,250,000 คน ในประเทศไทย

เลือกขนาดความกว้างเปอร์เซ็นต์ 3% จะเข้าถึงคนได้ประมาณ 1,870,000 คน ในประเทศไทย

ความคล้ายคลึงของคนกับกลุ่มเป้าหมายเดิมของเรา ขึ้นอยู่กับขนาดเล็ก-ใหญ่ของเปอร์เซ็นต์ดังที่กล่าวไปข้างต้น 1% แรกจะคล้ายคลึงมากที่สุด ส่วน 6-9% จะคล้ายคลึงน้อยที่สุด

ทั้งนี้ถ้าอยากรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายไหนที่ชอบสินค้าคุณมากที่สุด ก็ต้องลองทดสอบโฆษณา A/B Testing ดูก่อน เพื่อหากลุ่ม Lookalike Audience ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด บางครั้งกลุ่มที่กลายมาเป็นลูกค้าคุณมากที่สุด อาจจะไม่ใช่กลุ่มที่มีขนาดเล็กหรือใกล้เคียงกับฐานข้อมูลที่สุด


หลังจากตั้งค่าต่างๆครบเรียบร้อยแล้ว กด Create Audience ก็เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการสร้าง Lookalike Audience ค่ะ


5 ทริค ใช้ Lookalike audience ให้มีประสิทธิภาพ

1. อัพเดทรายชื่อลูกค้า Customer Lists ให้เป็นปัจจุบัน

หนึ่งในการใช้งาน Lookalike Audience ที่พบบ่อยที่สุด คือ รายชื่อลูกค้าหรือ Customer Lists เป็นการอัพโหลดข้อมูลของลูกค้าและสร้างขึ้นมาเป็น Custom Audience 

Facebook มักจะให้ความสำคัญกับข้อมูลที่อัพเดทล่าสุด ถ้ารายชื่อลูกค้าของคุณเก่าเกินไปหรือขาดการอัพเดทเป็นเวลานาน รายชื่อลูกค้านั้นจะมีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยลง ซึ่งเป็นผลให้ Facebook Ads ได้ผลลัพธ์ลดลง

ดังนั้นคุณควรอัพเดทข้อมูลรายชื่อลูกค้าทุกครั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือมีข้อมูลใหม่ๆเพิ่มเข้ามา เดือนละครั้งหรืออย่างน้อยไตรมาสละครั้ง 

เมื่อคุณอัพเดทข้อมูลและ import รายชื่อลูกค้าลง Facebook เรื่อยๆ อัลกอริทึมของ Facebook จะได้รับข้อมูลลูกค้าที่มีคุณค่าต่อแบรนด์รวมถึงข้อมูลลูกค้าใหม่ด้วย ทำให้ Lookalike Audience ของคุณมีประสิทธิภาพและตรงกับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น


2. แบ่ง Segment ข้อมูลลูกค้าออกเป็นกลุ่มๆ

ในการสร้าง Lookalike Audience สิ่งสำคัญคือคุณต้องแบ่งรายชื่อลูกค้าออกเป็นกลุ่มๆ โดยคำนึงถึง ลักษณะ พฤติกรรมและสถานะของกลุ่มเป้าหมายว่าอยู่ใน Sales Funnel stage อะไร 

คุณใช้ข้อมูลของลูกค้าที่อยู่ใน Sales Funnel ที่แตกต่างกัน มาสร้าง Custom Audience หลากหลายรูปแบบเพื่อนำมาใช้กับ Lookalike Audience ได้

ยกตัวอย่างเช่น 

- คนที่อยู่ในขั้น Awareness เช่น คนที่กด like เพจ, คนที่มีส่วนร่วมกับเพจใน 30 วันที่ผ่านมา, คนที่เคยดูวิดีโอ

- คนที่อยู่ในขั้น Consideration เช่น เช่น คนที่เข้ามาดูหน้าเว็บ, คนที่เคยทัก Inbox, โหลดแอป, กรอกแบบฟอร์ม

- คนที่อยู่ในขั้น Conversion เช่น คนที่สมัครสมาชิก, คนที่กดสินค้าลงในตระหน้า แต่ยังไม่จ่ายเงิน, คนที่สั่งซื้อชำระเงินค่าสินค้าเรียบร้อยแล้ว 

นอกจากแบ่ง Segment ตาม action ที่ทำต่อแบรนด์หรือพฤติกรรมของผู้ใช้แล้ว คุณควรแบ่ง Segment ตามแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ใช้งานด้วย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Facebook หรือ Instagram

 การแบ่ง Segment ลูกค้า จะทำให้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายอยู่มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์อย่างไรบ้างและต้องการอะไร คุณสามารถออกแบบวางแผนการทำโฆษณา ข้อความโฆษณาหรือรูปภาพให้สื่อสาร key mesage ได้ละเอียดและแม่นยำขึ้น ตรงจุดและตรงความต้องการของพวกเขา


3. เลือก Source ของกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับ Business Objective 

กลุ่มเป้าหมายแต่ละแบบเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป คุณควรเลือก Source ของกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของธุรกิจ

เช่น หากวัตถุประสงค์ของคุณ คือ การสร้าง Brand Awareness ให้กับธุรกิจของคุณ คุณควรเลือกแหล่งที่มา Lookalike Audience จากคนที่เข้าชมเพจ Facebook ของคุณ

หากวัตถุประสงค์ของคุณ คือ การเพิ่มยอดขายออนไลน์ คุณควรเลือกแหล่งที่มา Lookalike Audience จากคนที่เข้าชมเว็บไซต์ คนที่ลงทะเบียนสมัครสมาชิกหรือคนที่สั่งซื้อสินค้า


4. เลือกขนาด Lookalike Audience ให้เหมาะกับ Campaign Goal

อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อ วิธีการสร้าง Lookalike Audience ว่าคุณสามารถเลือกขนาดของ Lookalike Audience ได้ตามต้องการ ตั้งแต่ 1% จนถึง 10% ซึ่งขนาดของ Audience แต่ละขนาด ไม่ได้เหมาะกับเป้าหมายของ Campaign ทุกอัน 

หลักการของ Lookalike Audience size คือ ขนาดที่เล็กที่สุดหรือ 1% จะเป็นกลุ่มที่มีความคล้ายคลึงกับข้อมูลลูกค้าจาก Source ที่เราเลือกมากที่สุด ในทางกลับกันเปอร์เซ็นต์ (%) ที่มากขึ้น จะสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น แต่จะเป็นกลุ่มที่มีความใกล้เคียงกับข้อมูลลูกค้าน้อยกว่า Audience ขนาดเล็ก

ถ้า Campaign Goal ของคุณ คือ Conversion เราแนะนำให้เลือกขนาด Audience ที่มีเปอร์เซ็นต์ (%) ต่ำ เพราะจะยิงโฆษณาไปคนที่ใกล้เคียงกับลูกค้าเดิม แต่ถ้า Campaign Goal ของคุณ คือ Reach เราแนะนำให้เลือกขนาด Audience ที่มีเปอร์เซ็นต์ (%) สูง เพื่อแสดงโฆษณาให้คนจำนวนมากเห็น

5. สร้าง Audience จาก High Value Customers

High Value Customer หรือลูกค้าที่มีมูลค่าสูง ในที่นี้หมายถึง ลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการแบรนด์คุณจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็น Big Spender ที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์ของคุณ

คุณสามารถสร้าง Audience จาก High Value Customers ได้จาก 2 ช่องทาง

1. Customer Lists หรือรายชื่อลูกค้าที่คุณอัพโหลดไปบน Facebook ซึ่งคุณต้องคอยอัพเดทข้อมูลเหล่านี้ด้วยตัวเอง

2. Facebook Pixel มีระบบการทำงานที่ Facebook track ข้อมูลการซื้อสินค้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์คุณผ่าน Pixel ที่ติดตั้งไว้และจะอัพเดทข้อมูล Lookalike Audience ของเว็บไซต์ที่ติดตั้ง Facebook Pixel โดยอัตโนมัติในทุกๆ 3-7 วัน จึงไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะเก่าเกินไป

Audience จาก High Value Customers เป็นการสร้างกลุ่มเป้าหมายจากกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพสูงมาก ทำให้คุณสามารถยิง Facebook Ads ไปถึงคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าและซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ได้แม่นยำมากขึ้น แต่คุณจำเป็นต้องมีข้อมูลของ High Value Customer อย่างน้อย 100-200 ขึ้นไป ถึงจะเพียงพอต่อการสร้าง Lookalike Audience ที่มีคุณภาพ



สรุปทั้งหมด

ทั้ง 5 ทริคการสร้าง Lookalike Audience ที่ W Experience ได้นำมาฝากกันในความบทความนี้ เป็นวิธีการที่ช่วยให้คุณสร้าง Lookalike Audience ได้มีประสิทธิภาพและสามารถใช้ในการยิงโฆษณาให้ไปหากลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มลูกค้าใหม่ๆที่มีคุณภาพ คุณค่าต่อแบรนด์และมีแนวโน้มจะมาเป็นลูกค้าในอนาคต เป็นการขยายฐานลูกค้าให้กับธุรกิจของคุณโดยใช้โซเชียลมีเดียที่มีอยู่ในมือให้เกิดประโยชน์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




ฟรี! e-book

"2020 High Conversion Website Template"
เทมเพลตที่จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายให้กับเว็บไซต์ สามารถนำไปใช้ได้ทันที
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
Pasamon P.

Digital Marketer | Food Lover | Positive Girl

นักเขียน