Balenciaga
กลยุทธ์เพื่อการเติบโตฉบับรวบรัดอ่านจบใน 5 นาที

Growth Strategy

Balenciaga

Balenciaga กับการ Rebranding จนกลายเป็นแบรนด์ที่ฮอตที่สุดอันดับ 1 ของโลก

เริ่มต้นด้วยความเป็นมาของ Balenciaga กันก่อนโดยแบรนด์นี้ถูกก่อตั้งมาโดย คริสโตบัล บาเลนซิเอก้า (Cristóbal Balenciga) เป็นนักออกแบบชาวสเปน โดยเข้าสู่วงการแฟชั่นโดยการเป็นเด็กฝึกหัดของร้านตัดเสื้อและหลังจากนั้นในปี 1919 เค้าเปิดร้านของเค้าเองเป็นบูติกเล็กๆโดยใช้ชื่อ Balenciaga และหลังจากนั้นจึงขยายสาขาของร้านตัวเองมากขึ้นจนได้ไปเปิดที่กรุงปารีส ฝรั่งเศสในปี 1937 นั่นเอง

แรงบันดาลใจของเค้ามาจากงานศิลปะและประวัติของประเทศสเปนและเมื่อก่อน Balenciaga ไม่ได้ผลิตกระเป๋าหรือรองเท้าออกมาเลย เพราะสินค้าของเค้านั้นจะเน้นไปที่เสื้อผ้าแบบหรูหรามากกว่า และสิ่งที่ทำให้ Balenciaga ดังเป็นพลุแตกในยุคนั้นคือเสื้อไซส์ใหญ่มีลวดลายแต่ทำให้คนที่พบเห็นกับมองว่าเป็นความเรียบง่าย มากไปกว่านั้นรันเวย์ของ Balenciaga จะใช้ความ Real มากกว่าโดยนางแบบส่วนใหญ่ในสมัยก่อนจะเป็นสาววัยกลางคน ไม่ได้สวย ไม่สง่า เพราะ Balenciaga ต้องการให้ชุดของเค้านั้นเด่นที่สุดเมื่ออยู่บนตัวนางแบบ!

Balenciaga กับการ Rebranding เรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดของแบรนด์นี้เลยก็ว่าได้เมื่อเค้าได้พบกับ Designer เลือดใหม่ไฟแรงที่ไม่ได้มีใครรู้จัก หรือไม่ได้มีหน้าตาเหมือน Designer เจ้าดังอื่นๆ เธอคนนี้มีนามว่า

“เด็มนา กวาซาเลีย” ได้พลิกโฉมของ Balenciaga ให้เป็นแบรนด์สตรีทแฟชั่นทั้งหมด หากลองนึกถึงสินค้าใหม่ๆของ Balenciaga เราแทบจะนึกถึงภาพเก่าไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสำเพ็งสีรุ้ง ที่ได้เสียงบ่นจากแฟนๆกันตรีม รวมไปถึงการทำโลโก้รูปแบบใหม่ด้วย โดยสินค้าที่ทำให้เธอนั้นประสบความสำเร็จที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น รองเท้า Speed Trainer, Triple S ต่างๆ เพราะยอมรับเลยจริงๆว่าสตรีทแฟชั่นนั้นมาแรงมากๆ

แล้ว Balenciaga เค้าทำได้ยังไงหลังจาก Rebranding ให้ตัวเองมาอยู่อันดับ 1 ของโลกเลยทีเดียว

  • การคิดแคมเปญที่แปลกใหม่: Balenciaga ได้คิดแคมเปญ “No Camera, Please” โดยให้นางแบบหรือนายแบบถือหรือสวมใส่สินค้าของ Balenciaga และมีช่างภาพมาถ่ายภาพและนำสินค้าในมือมาบังหน้าตัวเอง โดยจะเป็นฟีลลิ่งเราหลบ Paparazzi เรียกได้ว่าเรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ตสุดๆ
  • ออกแบบสินค้าที่แปลกใหม่: เรียกได้ว่าปีที่ผ่านๆมา Balenciaga เรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ตได้เยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสำเพ็ง, กระเป๋าที่นอนอาม่า Balenciaga ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างตกใจกับจุดที่แบรนด์ทำออกมาขาย แต่มันกลับทำให้ยอดการขาย Balenciaga นั้นเพิ่มมากขึ้น
  • ใช้ Social Media แบบใหม่: ใหม่ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าใช้ Platform อื่นๆแต่อย่างใด แต่ Balenciaga ยังใช้ Instragram เป็นหลักในการสื่อสาร Concept ของแบรนด์ออกไป โดยการใช้ Instragram ของเค้านั่นเอง โดยรูปภาพในนั้นจะเป็นแบบเรียบง่ายใช้มือถือปกติถ่าย ไม่ได้เน้นความหรูหรา เหมือนสลัดภาพความเป็น Balenciaga ไปจนหมด
  • Word of Mouth: หลังจากที่ได้เสนอไปว่า Balenciaga ได้ทำสินค้าที่เกินการวิภาควิจารณ์บน Internet เยอะมาก จึงทำให้เกิด Word of Mouth ดังนั้นจึงทำให้มีคนพูดถึงเยอะและทำให้เพิ่มยอดขายของสินค้านั้นๆได้จนเรียกได้ว่าขาดตลาดกันเลยทีเดียว

Balenciaga ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางแคมเปญที่แปลกใหม่หรือการทำสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจจะนึกไม่ถึง ทำให้มีการเกิด Word of Mouth ขึ้นมาและทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกอินไปกับเค้าและตัดสินใจซื้อและคิดว่าต้องมีมาครอบครองในที่สุดหรือเรียกได้ว่า ตามวลีฮิตคนไทย “ของมันต้องมี”

Source : gqthailand , ft.com , ellethailand
Apichaya Lertsunsarun

Business Development แต่มีความสามารถพิเศษแบบลับๆคือเขียนคอนเทนต์ บ้าแฟชั่น ชอบเครื่องสำอางค์ แถมรักสัตว์

นักเขียน