Disney+
กลยุทธ์เพื่อการเติบโตฉบับรวบรัดอ่านจบใน 5 นาที

Growth Strategy

Disney+

Disney+ บริการ Streaming น้องใหม่แต่หน้าเก่า พร้อมท้าชนทุกสมรภูมิสตรีมมิ่ง !

“เราจะเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่และร้อนแรง” คือคำพูดเมื่อ 2 ปีที่แล้วจาก Robert A. Iger, CEO ของ Disney กล่าวไว้เมื่อเขาประกาศแผนที่จะทำบริการ Streaming Service มาแข่งกับ Netflix และ Amazon Prime

จนถึงตรงนี้เรายังไม่แน่ใจว่าทำไม Disney ถึงมั่นใจในระบบที่ซับซ้อนของการทำสตรีมมิ่งจนจะเอามาสู้กับผู้ครองตลาดรายอื่นๆ แต่แน่นอนสิ่งที่พวกเขามีเหนือเจ้าอื่นๆเลยคือเรื่องของคอนเทนท์มากมายจนไม่น่าจะดูกันจบได้ เพราะบริษัทถือแบรนด์ดังๆใต้พวกเขาเช่น มาร์เวล สตาร์ วอร์ส หรือแม้แต่บริษัทล่าสุดที่พวกเขาได้ซื้อมา ฟ็อกส์

การผลิตคอนเทนท์ใหม่ๆจากทั้งหมดนี้ก็สามารถดึงดูดคนได้มากมายเพราะถือว่าแต่ละแบรนด์มีฐานแฟนที่มั่นคงอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาร์เวลที่มีเนื้อเรื่องจากการ์ตูนให้ทำอีกหลายร้อยหลายพันเนื้อเรื่องกันเลยทีเดียว

แล้วการตลาดแบบไหนที่ทำให้ Disney+ เป็นที่สนใจมากมาย

1. ราคาเปิดตัวที่ $7/เดือน ของพวกเขาพร้อมแชร์ได้มากสุดถึง 7 คนถือเป็นราคาที่ถูกกว่า Netflix ที่ $15/เดือนแบบครึ่งต่อครึ่งกันเลยทีเดียว ทำให้เป็นที่ตกใจอย่างมากในวงการพร้อมกับสามารถเหมาจ่ายเป็นปีได้เพื่อได้ราคาที่ถูกลงไปอีก

2. คอนเทนท์ที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ นอกจากทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้ว ดิสนีย์ยังจะมีคอนเทนท์ทั้งหมดที่พวกเขาเคยทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนู มิกกี้เม้าส์ ย้อนไปถึงหนังเจ้าหญิงทั้งหมดจะมีครบทั้งหมด 100% ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว นี้ยังไม่รวมถึง Original Content ที่จะสร้างใหม่เรื่อยๆอีกหลายร้อยเรื่อง

3. การใช้ช่องปกติให้เป็นประโยชน์ให้มากที่สุด ช่องเคเบิลทีวีของสหรัฐอเมริกานามว่า ABC เป็นช่องเครือข่ายของดิสนีย์โดยมีรายการหนังอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ “Dance with the Star” ที่เป็นรายการวาไรตี้โชว์ที่มีคนดูมากถึง 7 ล้านคนต่อครั้ง เมื่อรายการได้เริ่มขึ้นมานั้น Tom Bergeron พิธีกรรายการได้พูดถึง Disney+ ก่อนที่จะจบด้วยว่า “สามารถจองได้แล้วตอนนี้” ข้อความดังกล่าวได้ถูกกระจายไปหาคน 7 ล้านคนทันทีภายในเวลาไม่กี่วินาที

4. Disneyland Disney World หรือ Disney Sea พวกเขาไม่เว้นที่ไหนไว้เลยสำหรับการโปรโมท โดยมีสถิติน่าสนใจว่ามีรถบัสใน Disneyland ที่ติดป้ายโฆษณา Disney+ มากกว่าหลายๆเมืองในสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียว

5. Social Media ที่เยอะมากๆของพวกเขาได้ถูกใช้ได้แบบเต็มประโชน์ในการสื่อสาร รวมทุกๆบัญชีใต้ดิสนีย์มีคนติดตามมากกว่า 1 พันล้านคนเลย (แค่ Tinkerbell ก็มีคนติดตาม 9 ล้านคน)

จากทั้งหมดนี้เราเห็นได้ว่าดิสนีย์ถึงแม้จะใหม่ในตลาดของบริการสตรีมมิ่งแต่พวกเขาเป็นเจ้าเก๋าในเรื่องการตลาดมากๆอยู่แล้วจึงทำให้มันไม่ยากที่พวกเขาจะผลักดันตัว Disney+ ออกไปได้ แต่สิ่งที่ยากคือการทำให้คนรู้ว่า Disney+ ไม่ใช่แค่ช่องเคเบิลทีวีที่เอาขึ้นมาออนไลน์เฉยๆแต่ยังจะมีหลายๆอย่างที่แตกต่างออกไปแบบชัดเจน

Aanant Sony

เด็กยุค 90 ที่มีความรักในฟุตบอลและภาพยนต์ จบ Sports Marketing Training จาก สโมสร Real Madrid

นักเขียน