Netflix
กลยุทธ์เพื่อการเติบโตฉบับรวบรัดอ่านจบใน 5 นาที

Growth Strategy

Netflix

ในปี 2020 โลกต้องประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 อย่างหนักทำให้หลายๆธุรกิจทั่วโลกต้องเกิดการชะงักตัวของการเติบโตหรือบ้างบริษัทก็เจ๊งกันไปเลย แต่ในทุกวิกฤตมักเป็นโอกาสสำหรับบางธุรกิจเสมอ หนึ่งในธุรกิจนั้นก็คือบริการสตรีมหนัง เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านกันทำให้ธุรกิจนี้เติบโตไปในช่วงการแพร่ของไวรัส


อย่างที่เรารู้กันนั้นผู้เล่นในตลาดสตรีมหนังตอนนี้มีมากมายไม่ว่าจะเป็น Netflix Disney+ Apple TV+ หรือแม้แต่ Amazon เอง วันนี้เรามาดูกันว่าทำไม Netflix ถึงจะชนะสงครามนี้ในระยะยาวได้ ด้วยการที่รายการสดต่างๆเช่นกีฬาหรือกิจกรรมที่ต้องออกไปนอกบ้านอย่างดูหนังหรือละครเวทีต้องหยุดไปทำให้ธุรกิจการสตรีมหนังเติบโตขึ้นมากถึง 32% ในช่วงกลางเดือนมีนาคม


หลายๆนักวิเคราะห์ได้มองว่าการแข่งขันครั้งนี้ Netflix จะมีความได้เปรียบมากกว่าเจ้าอื่นเพราะมีคอนเทนต์ที่มากกว่าเจ้าอื่นอย่างมากในบริการทำให้สามารถที่ส่งหนังหรือซีรีย์ใหม่ได้ยาวทั้งปี (ในกรณีที่ไม่สามารถถ่ายเพิ่มเติมได้) ในปัจจุบัน Netflix มีผู้ใช้บริการมากถึง 167 ล้านคนทิ้งห่างผู้ท้าชิงที่ร้อนแรงอย่าง Disney+ ที่มีผู้ใช้บริการเพียง 28.6ล้านคนเท่านั้น


Disney+ หรือ Apple TV+ กำลังประสบปัญหาอย่างหนักกับการส่งคอนเทนต์ให้ผู้ใช้บริการ Disney+ หลังจากซีรี่ย์ Mandarolian ที่เป็นสปินออฟจากภาพยนต์หลักของ Star Wars จบลงไปทำให้คนจำนวนมากต้องยกเลิกบริการออกไปในขนะที่ Apple TV+ นั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีคอนเทนต์ให้ชมกันเลย แต่สำหรับ Netflix นั้นไม่ใช้ปัญหา Netflix มีคอนเทนต์ในหลากหลายรูปแบบที่มักจะเป็นไวรัลอยู่บ่อยๆตั้งแต่สารคดีดังๆ เช่น “The Last Dance” เกี่ยวกับ Michael Jordan หรือ “The Tiger King” มีการทำคอนเทนต์ให้เข้าถึงหลากหลายประเทศเช่น อินเดีย เกาหลี สเปน ไทย 


เรามาดูตัวเลขการผลิตคอนเทนต์กันของ Netflix ในปี 2019 กันเพื่อที่จะได้เห็นภาพที่ชัดขึ้น พวกเขาได้สร้างคอนเทนต์ของตัวเองในนาม Netflix Original มากถึง 2,769 ชั่วโมงเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2018 ที่ผลิตไปทั้งหมด1,537 ชั่วโมง มีรายการใหม่ที่ถูกผลิตครั้งแรกมากถึง 657 รายการ คอนเทนต์ล่าสุดที่ Netflix ได้ปล่อยออกมาอย่าง Extraction ที่นำแสดงโดย Chris Hemsworth พระเอกดังจาก Thor ได้ทำลายสถิติการชมมากที่สุดของ Netflix ไปแล้วด้วยยอดชมมากกว่า 90 ล้านวิว


การที่ Netflix เหนือกว่าเจ้าอื่นๆได้ตลาดด้วยเรื่องของคอนเทนต์นั้นไม่ได้จะส่งผลดีแค่ในช่วง COVID-19 แต่หลังจากนั้นไปอีกยาวนานด้วย หลายๆคนเชื่อว่ากว่าการถ่ายทำจะเริ่มกลับมาได้แบบเต็มรูปแบบนั้นอาจต้องรอนานกว่า 6 เดือนเมื่อรวมกับการตัดต่อหรือเบื้องหลังต้องใช้เวลาออกไปอีกบวกกับหนังดังหลายๆเรื่องที่ต้องเลื่อนออกไปแล้วจะทำให้ Netflix นั้นสุดท้ายแล้วฉีกหนีคู่แข่งไปได้อีกช่วงตัวนึงเลยทีเดียว


Aanant Sony

เด็กยุค 90 ที่มีความรักในฟุตบอลและภาพยนต์ จบ Sports Marketing Training จาก สโมสร Real Madrid

นักเขียน