Spotify
กลยุทธ์เพื่อการเติบโตฉบับรวบรัดอ่านจบใน 5 นาที

Growth Strategy

Spotify

ย้อนไปในปี 2015 ตอนที่ Spotify บริษัทสตรีมมิ่งเพลงจากประเทศสวีเดนได้ประกาศว่ามีผู้ใช้บริการอยู่ที่ 75 ล้านคนซึ่ง 20 ล้านคนเป็นผู้ใช้บริการแบบจ่ายรายเดือน ถ้านับเป็นเปอร์เซ็นก็คือ 26.6% ตัวเลขนี้ว้าวมากแล้วสำหรับสินค้าในกลุ่มฟรีเมี่ยม (ฟรีในการใช้งานในเบื้องต้นแต่สามารถจ่ายเพื่อฟีเจอร์อื่นๆได้)

แต่แค่นั้นยังไม่พอเมื่อเรามาดูข้อมูลในปี 2019 จะพบว่า Spotify ได้เติบโตไปอย่างมากจนมีผู้ใช้งานทั่วโลกที่ 217 ล้านคนแล้วมีมากถึง 100 ล้านคนที่เป็นผู้ใช้งานแบบพรีเมี่ยม คิดเป็นเปอร์เซ็นเร็วๆก็ (100/217)*100= 46.08% มากกว่า 26.6% ในปี 2015 อย่างก้าวกระโดดเลย ถ้ายังมองไม่ออกว่ามันเยอะแค่ไหนเราลองไปเปรียบเทียบกับสินค้าฟรีเมี่ยมในตลาดเจ้าอื่นๆกัน

Dropbox ผู้ให้บริการพื้นที่ในระบบ Cloud มีอัตราคนใช้พรีเมี่ยมทั้งหมด 4%

Evernote แพลตฟอร์มกระดาษโน๊ตออนไลน์มีอัตราคนใช้พรีเมี่ยมอยู่ที่ 4.1%

Google Drive บริการพื้นที่ Cloud ของ Google มีอัตราคนใช้พรีเมี่ยมอยู่ที่ 0.5%


พอเห็นภาพกันแล้วใช่ไหมว่า 26.6% ในปี 2015 หรือ 46.08% ในปี 2019 ของ Spotify มันเยอะแค่ไหน

วันนี้เราจะมาลองแกะกลยุทธ์ที่ Spotify ใช้ในการเปลี่ยนลูกค้าธรรมดาๆให้มาเสียเงินให้กับซอฟต์แวร์ของพวกเขา

1. ลดความยุ่งยาก: Spotify ได้ลดความยุ่งยากในการสมัครหลายๆขั้นตอนที่ต้องกรอก อีเมล เบอร์โทร ที่อยู่ พาสเวิร์ดไปด้วยการใช้ระบบ Facebook ในการสมัครเพื่อฟังเพลงได้นั้นแปลกว่าคุณไม่ต้องมานั่งจำอีกว่าอีเมลและพาสเวิร์ดของ Spotify คืออะไรเพราะแค่คุณจำ Facebook ได้ก็พอแล้ว นอกจากนั้นแล้วมันยังช่วยในเรื่องการแชร์เพลงให้คนรู้ว่าเราฟังเพลงอะไรหรือแนวไหนบ้างแล้วแน่นอนว่าช่วยให้เพื่อนๆรู้จักตัวแอปมากขึ้นด้วย เคยมีรายงานว่าทุก 1 ผู้ใช้พรีเมี่ยมมักนำผู้ใช้ฟรีเพิ่มมากถึง 3 คนเลย


2. ระบบ AI ที่แนะนำเพลงได้อย่างดี: หนึ่งในสาเหตุหลักของการทำ Spotify ขึ้นมาเลยคือเพื่อที่อยากให้คนใช้ได้เจอเพลงที่ตัวเองชอบ โดยวิธีที่ทำคือผ่านการคัดเลือกเพลย์ลิสต์จากแนวเพลงของผู้ใช้เอง การเลือกเพลงที่เราชอบหรือแนวเพลงที่เราชอบแล้วระบบของแอปพลิเคชันจะประมวลผลออกแล้วนำเสนอเพลงที่อยู่ในธีมเดียวกันที่คนอาจจะยังไม่เคยฟังมาก่อน นั้นทำให้เราได้เจอไม่ใช่แค่เพลงใหม่ๆแต่ยังได้เจอนักร้องใหม่ๆอีกด้วย

แต่เมื่อใช้ในระบบฟรีผู้ใช้จะไม่มีอิสระในการควบคุมเท่านั้นเพราะว่าต่อให้สร้างเพลย์ลิสต์มาแล้วก็ฟังได้แค่แบบ Shuffle (ฟังเพลงที่ไม่เรียงตามลำดับที่ตั้งไว้) แล้วเมื่อคุณมีเพลย์ลิสต์ที่อยากฟังแล้วแต่ไม่สามารถฟังเพลงได้แบบตามใจตัวเองได้มันจะทำให้เราอยากจ่ายเงินทันที


3. Spotify เข้าใจลูกค้า: Spotify เข้าใจว่าการฟังเพลงคือเรื่องอารมณ์ไม่ว่าจะมีความสุข เศร้า ทำงาน กินกาแฟ กินเหล้า ฝนตกหรืออื่นๆอีกมากมาย นั้นทำให้ทำไม Spotify ได้มีหลายๆเพลย์ลิสต์ที่สร้างไว้ให้คุณสำหรับอารมณ์ของคุณจากเพลงที่คุณชอบรวมถึงเพลงอื่นๆในแนวเดียวกันเพื่อรองรับอารมณ์ได้นั้นเอง การใส่ใจขั้นลึกไปถึงอารมณ์ได้นั้นมักทำให้เราในฐานะผู้ใช้ชินกับตัวแอปโดยไม่รู้ตัวก่อนที่จะขาดมันไม่ได้ไปเสียแล้ว


4. ในคุณลงทุนในระบบ: ใช่ Spotify ให้คุณลงทุนระบบของแอปแต่ไม่ได้ลงทุนเงินนะ แต่ให้ลงทุนเวลาโดยให้อิสระกับลูกค้าในการปรับเปลี่ยนระบบมากมายรวมถึงให้เพื่อนได้ติดตามเพลย์ลิสต์ของคุณ ให้เพื่อนได้ติดตามคุณหรือแม้แต่ให้เพื่อนดูว่าคุณกำลังฟังเพลงอะไรอยู่ซึ่งมันก็เหมือนกับระบบโซเชียล มีเดียย่อมๆในตัวนั้นเอง คิดดูกว่าคุณจะสร้างเพลย์ลิสต์ 1 อันเพื่อขับรถทางไกลคุณลงทุนเวลาไปเท่าไหร่? คุณคงไม่ทำเพื่อจะนั่งฟังมันไม่ได้หรอกใช่ไหม


5. ระบบพรีเมี่ยมที่เต็มไปด้วยคุณภาพ: นอกจากทั้งหมดนี้ Spotify ยังมีฟีเจอร์เทพๆอีกมากมายที่มีแค่ผู้ใช้พรีเมี่ยมเท่านั้นที่จะได้ใช้ เช่นการฟังเพลงแบบออฟไลน์ ให้ลองนึกดูว่ากำลังจะบินไปเที่ยวยูโรปแต่ไม่มีอะไรทำอยากฟังเพลงแต่บนเครื่องก็ไม่มีอินเตอร์เน็ทคุณจะทำยังไง การเป็นลูกค้าพรีเมี่ยมของ Spotify ให้คุณสามารถดาวโหลดเพลงทั้งหมดที่อยากฟังไว้ได้ก่อนในเครื่องมือถือหรือคอมของคุณเพื่อที่คุณจะฟังได้แม้ไม่มีอินเตอร์เน็ต


คุณภาพเสียงที่ดีกว่าด้วย 320 kbps ซึ่งผู้ใช้ฟรีจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนคุณภาพเสียงเป็นระดับนี้ หรือฟีเจอร์ล่าสุดที่เพิ่งปล่อยออกมาได้ไม่นานที่ให้คุณสามารถสร้างคิวเพลงกันได้โดยไม่ต้องใช้มือถือเครื่องเดียวกัน ลองนึกถึงออฟฟิศคุณมีกันอยู่หลายคนแต่เพลงมักจะมาจากคนเดียว วันนี้คุณสามารถใช้มือถือตั้งคิวเพลงต่อไปได้แล้วโดยไม่ต้องเดินไปง้อเจ้าของเพลย์ลิสต์ที่เปิดอยู่ในเวลานั้น


จากทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่ามันมีหลายๆอย่างมากที่ทำให้ Spotify สามารถเปลี่ยนลูกค้าทั่วไปมาเป็นพรีเมี่ยมได้และก็ยังคงพัฒนาระบบอื่นๆอีกมากมายเพื่อที่จะรักษาลูกค้ากลุ่มนี้ไว้แล้วเปลี่ยนลูกค้าฟรีอื่นๆมาเป็นลูกค้าพรีเมี่ยมอีกในอนาคต รอติดตามกันดูว่าอัตราการเปลี่ยนลูกค้าทั่วไปมาเป็นพรีเมี่ยมของ Spotify นั้นจะมากขึ้นหรือลดลงในปีต่อๆไป


Aanant Sony

เด็กยุค 90 ที่มีความรักในฟุตบอลและภาพยนต์ จบ Sports Marketing Training จาก สโมสร Real Madrid

นักเขียน