Yakult
กลยุทธ์เพื่อการเติบโตฉบับรวบรัดอ่านจบใน 5 นาที

Growth Strategy

Yakult

“ถามสาวยาคูลท์สิคะ” วลีเด็ดจากโฆษณาของยาคูลท์เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว โยเกิร์ตพร้อมดื่มขวดเล็กจิ๋วที่มองเมื่อไหร่ก็คิดว่าไม่อิ่มชัวร์ แต่พอดื่มเข้าไปแล้วก็รู้สึกอิ่มซะอย่างนั้น ค่อนข้างเป็นปริศนาสำหรับไรต์เตอร์อยู่เหมือนกัน กว่า 40 ปีที่ยาคูลท์ยังมีวางจำหน่ายมาตลอด แบรนด์นี้เค้าทำยังไงกัน!

ต้องขอเกริ่นถึงความเป็นมาของยาคูลท์กันก่อน โดยแบรนด์นี้มาจากประเทศญี่ปุ่นถูกคิดค้นโดย ดร.มิโนรุ ชิโรต้า ได้ทำการศึกษาเกียวกับจุลินทรีย์ เนื่องจากในสมัยนั้นเด็กญี่ปุ่นหลายคนเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคในระบบทางเดินอาหาร ดร.มิโนรุ จึงศึกษาและค้นคว้าจนได้พบกับ แลคโตบาซิลัส สายพันธุ์ชิโรต้า นั่นเอง

แล้วยาคูลท์ทำไมถึงมาดังในประเทศไทยได้ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนบอกเลยว่าทุกคนรู้จักแน่นอน นั้นก็เป็นเพราะว่ายาคูลท์นั้นเป็นนมเปรี้ยวเจ้าแรกที่เข้ามาในประเทศไทยในปี 2512 และวางขายในตลาดหลังจากนั้น 2 ปียาคูลท์ก็ได้พร้อมจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

กลยุทธ์อะไรกันที่ทำให้ยาคูลท์ยังสามารถขายได้มียอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอดการขายกว่า 40 ปีที่ผ่านมาและยังมีโอกาศที่จะเติบโตได้อีกเรื่อยๆ วันนี้จึงอยากมาทำเสนอแบรนด์ยาคูลท์ที่มีกลยุทธ์สุดแข็งแกร่ง

  • Storytelling เป็นสิ่งสำคัญ: พูดได้เลยว่าเราแทบจะไม่เห็นโฆษณาของแบรนด์นี้เลย เพราะสินค้าของยาคูลท์นั้นมีเพียงแค่ตัวเดียว แต่จะใช้เรื่องราวการเล่าของการผลิตสินค้าที่สามารถเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ได้ อย่างเช่น เรื่องเล่าของ ดร.มิโนรุ ชิโรต้า หรือจะเป็น การใช้คำพูดที่ฮิตๆติดหูในหมู่คนไทย นั่นก็คือ “ถามสาวยาคูลท์สิคะ”
  • ระบบการขายเป็น Direct Sales: เมื่อก่อนหากเราจะต้องการดื่มยาคูลท์ ก็ต้องรอให้ยาคูลท์มาส่งที่บ้าน เชื่อมั้ยว่าสาวยาคูลท์เนี่ยมีถึง 80,000 คนทั่วโลกเลย ไม่ใช่แค่ขับรถไปส่งของหรือไปขายของแต่ยังสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วย เพราะก็เปรียบเสมือนหน้าตาของแบรนด์เลยทีเดียว
  • สินค้ามีคุณภาพ: สิ่งที่จะทำให้สินค้าของยาคูลท์นั้นยังขายได้มาจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นเพราะคุณภาพของสินค้าที่คงคุณภาพเดิม และมีคอนเซปที่ไม่ผสมน้ำผลไม้
  • ใช้ Brand Ambassador: เชื่อมั้ยว่ายาคูลท์ไม่เคยต้องจ้างพรีเซนเตอร์หรืออะไรเลย เพราะเค้าใช้สาวยาคูลนั่นแหละเป็น Brand Ambassador ให้แบรนด์เอง
  • มีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันยุคสมัย: สืบเนื่องจากล่าสุดยาคูลท์ได้มีการสินค้าสูตรใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น เนี่ยจากเทรนด์คนไทยที่เปลี่ยนไป หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงทำให้ได้เกิดโปรดักส์ใหม่ ชื่อ “ยาคูลท์ ไลท์”
  • เพิ่มช่องทางการขาย: และยาคูลท์ได้เปลี่ยนตัวเองจากการเป็น Direct Sales หรือขายตามร้านโชว์ห่วยมาขายบนห้าง เช่น Gourmet Market, Villa Market โดยการขายเป็นแพ็คมี 5 ขวด

จากดินแดนอาทิตย์อุทัยสู่ประเทศไทยกับแบรนด์ยาคูลท์ที่มีมายาวนานกว่า 40 ปีนั้น ได้มีการปรับเปลี่ยนและสร้างจุดขายของตนเองให้แข็งแกร่ง แม้ในตอนนี้สินค้าของแบรนด์นี้จะมีแค่ 2 ตัวเท่านั้นเองแต่สามารถฟันกำไรไปได้ถึง 4,000 ล้านเลยนะ! ถือว่าเป็นข้อคิดดีๆหากจะทำสินค้าหรือแบรนด์อะไรที่ค่อนข้างมีสินค้าน้อยก็สามารถนำไปอ่านและนำไปเป็นไอเดียกันเลย

Source : Taokaemai , BrandBuffet
Apichaya Lertsunsarun

Business Development แต่มีความสามารถพิเศษแบบลับๆคือเขียนคอนเทนต์ บ้าแฟชั่น ชอบเครื่องสำอางค์ แถมรักสัตว์

นักเขียน