ZARA
กลยุทธ์เพื่อการเติบโตฉบับรวบรัดอ่านจบใน 5 นาที

Growth Strategy

ZARA

Zara แบรนด์ร้านขายปลีกเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดโลกจากประเทศสเปนได้เริ่มใช้ Augmented Reality (AR) เทคโนโลยีที่นำเอาภาพเสมือน 3 มิติจำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้องและมีการประมวลผลโดยการทำให้วัตถุ 3 มิติ (ภาพเสมือน) ทับซ้อนเข้ากันกับภาพจริงเป็นภาพๆเดียว โดยเราสามารถมองผ่านกล้องได้โดยตรงเลย

ลูกค้าสามารถที่ใช้กล้องมือถือในการลองชุดหรือดูได้ว่ามีนางแบบคนไหนที่ได้ใส่ชุดนี้อยู่ Zara ได้ใช้ระบบนี้กับร้านค้ามากกว่า 120 แห่งทั่วโลกไปแล้ว Zara เชื่อในการดึงลูกค้าเขามามากกว่าพยายามพลักดันสินค้าออกไปเหมือนแบรนด์คู่แข่งอย่าง H&M

“Creating Curiosity is the most powerful marketing strategy” การสร้างความอยากรู็อยากลองคือหนึ่งในกลยุทธ์ตลาดที่มีพลังเยอะที่สุดแบบนึงเลยแล้วนั้นก็เป็นสิ่งที่ Zara กำลังมุ่งพัฒนาไปหา

Zara ได้เปลี่ยนตัวเองจากการใช้ 4P แบบเดิมๆที่เน้นไปด้วย Product (สินค้า) Price(ราคา) Place (สถานที่ขาย) Promotion (โปรโมชั่น) มาเป็นการใช้ 4E รูปแบบใหม่นั้นก็คือ Experience (ประสบการณ์) Everywhere (มีทุกที่) Exchange (ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากวก่าราคา) และ Evangelism (เปลี่ยนลูกค้ามาเป็นสาวกด้วยบริการหลังการขาย)  

จาก 4 กลยุทธ์ที่ได้กล่าวไปเรามาดูว่า Zara ใช้มันลงไปในการสร้างแบรนด์ยังไง

Zara ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกมากที่สุด พวกเขาพยายามที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อมาดูสินค้าที่ถูกอัพเดทแล้วพร้อมด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้แบบง่ายๆ กลยุทธ์ของ Fast-fashio ที่มาเร็วไปเร็วผสมกับการซื้อที่ง่ายที่มาพร้อมกับจำนวนที่จำกัดเลยการเป็นว่าการที่เขามาในช้อปต้องรีบหา แต่ทุกการหามักจะเจอสินค้าชิ้นอื่นๆเพิ่มไปอีก

การใช้ราคาเป็นตัวชี้วัดว่าจะมีการซื้อหรือไม่ถือว่าโมเดลการขายที่ดีมากๆในช่วง 1990-2010 แต่ปัจจุบันลูกค้ามักหาดูคุณค่าที่ทำให้เขาใกล้ชิดแบรนด์มากขึ้น สำหรับ Zara แล้วยอดขายเกือบ 80% มาจากลูกค้าประจำที่กลับมาวนซื้อแล้วลูกค้าประเภทนี้มักไม่ค่อยติดเรื่องราคามากกว่าคนที่ซื้อซื้อครั้งสองครั้ง Zara รู้ว่าไม่ได้ขายเสื้อผ้าในราคาที่เป็นมิตรมากแต่เขาขายแฟชั่นตามเทรนด์ได้เร็วที่สุดในราคาที่น่าสนใจ

การใช้ประสบการณ์ของแบรนด์ให้มีความหมายและให้คุณค่าที่มากพอทำให้ Zara เข้าไปในใจลูกค้าแล้วเปลี่ยนให้มาเป็นสาวกได้ วิธีการดึงลูกค้าเข้ามาอยู่ตลอดได้ผลที่ดีมากวสำหรับแบรนด์ การกลับมาซื้อซ้ำของ Zara มีกกว่าแบรนด์อื่นๆมากถึง 2-3 เท่าเลยทีเดียว การใช้ประโยชณ์จากโซเชียลมีเดียเพื่อประมวลผลจากข้อมูลสามารถทำให้นำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างดี

อีกวิธีนึงคือ Zara อยู่ทุกที่ๆลูกค้าต้องการให้เขาอยู่ โดย ณ ปัจจุบัน Zara มีร้านค้ามากกว่า 2200 ร้านใน 93 ประเทศและมากกว่า 39 แห่งที่มีร้านค้าออนไลน์

สรุปได้ว่า Zara นั้นถือว่าเป็นแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ในการตลาดโดยเน้นมุ้งไปที่ลูกค้าไม่ว่าจะบริการหลังการขายหรือประสบการณ์เป็นส่วนใหญ่แล้วยังพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองและบริการอื่นๆอยู่เรื่อยๆเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ

Source : Youngrich , Therobinreport , Referralcandy , forbes

Aanant Sony

เด็กยุค 90 ที่มีความรักในฟุตบอลและภาพยนต์ จบ Sports Marketing Training จาก สโมสร Real Madrid

นักเขียน